สบส. เตรียมรับรองมาตรฐานบริการผสมเทียม (IUI) ของ 134 สถานพยาบาล ยกระดับ ความเชื่อมั่น พร้อมปลดล็อกสิทธิประโยชน์บัตรทอง

พิมพ์
ข่าวประชาสัมพันธ์
อ่าน: 4

3f81b7a60889bee32569ab19d717bed1

caa49260c5f4f0bb12138f5c183ac4a4

fea8515cf847979e9f2dbb85023a51f5

e836870a5ddd63e268c8504167d09a5d

     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เตรียมรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะผสมเทียม (IUI only) 134 แห่ง กำกับมาตรฐานให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการ และปลดล็อกสิทธิประโยชน์การเบิกจ่ายบัตรทองในการรักษาภาวะมีบุตรยากจากสถานพยาบาลที่ให้บริการผสมเทียมและเด็กหลอดแก้ว

     วันนี้ (27 มีนาคม 2569) ณ อาคารกรม สบส.  จังหวัดนนทบุรี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาการให้บริการด้าน Assisted Reproductive Technology : ART  ในการรักษาภาวะมีบุตรยากตามกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยมีผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่หรือผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เข้าร่วมฯ

     ทันตแพทย์อาคมฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก ด้วยประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ และเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ในอันดับต้นๆของโลก อีกทั้ง มีกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 คุ้มครองทั้งแม่อุ้มบุญ และเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จำนวน 123 แห่ง สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 7,870 ล้านบาท โดยมีอัตราความสำเร็จในการให้บริการตั้งครรภ์แทนสูงถึงร้อยละ 53 ซึ่งนอกจากการตั้งครรภ์แทนแล้ว การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In-Vitro Fertilization) และการฉีดเชื้อผสมเทียม หรือ IUI (Intra-Uterine Insemination) ก็ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยมีการให้บริการ IVF กว่า 21,000 รอบ และ IUI กว่า 13,000 รอบ แต่ด้วยสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฯในปัจจุบัน มิได้ครอบคลุมถึงสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะผสมเทียม (IUI only) คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จึงมีมติให้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานกลางในการตรวจประเมิน และให้มีการออกหนังสือรับรองมาตรฐานให้แก่สถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะผสมเทียม (รายใหม่) จำนวน 134 แห่ง เฉกเช่นเดียวกับสถานพยาบาลที่ให้บริการตั้งครรภ์แทน และ IVF

     ทันตแพทย์อาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผสมเทียมถือเป็นบริการที่สำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาภาวะมีบุตรยาก ซึ่งจากข้อมูลที่กรม สบส. ขอความร่วมมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะผสมเทียม พบว่าปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะการผสมเทียมเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะผสมเทียม นอกจากจะเป็นการควบคุมกำกับการให้บริการเฉพาะผสมเทียมของสถานพยาบาลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และพัฒนาระบบฐานข้อมูลในรูปโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ICMART-IVF) ซึ่งจะนำไปวิเคราะห์ข้อมูล/กำหนดนโยบายการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยแล้ว ยังช่วยให้ผู้รับบริการได้รับสิทธิประโยชน์ในการเบิกค่าใช้จ่าย กรณีการรักษาภาวะมีบุตรยากจากสถานพยาบาลเหล่านี้ ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กำหนดเงื่อนไขในการเบิกจ่ายว่าจะต้องเป็นการรับบริการผสมเทียมจากสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรม สบส. เพื่อเชื่อมโยงระบบเบิกจ่าย