เช็กให้ชัวร์! รู้ทันไวรัสตับอักเสบบี ก่อนทำร้ายตับ

พิมพ์
บทความ
อ่าน: 5

05f9aed67b54a71f7949a7f1e33e255d

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ จึงไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ หากไม่ได้รับการตรวจและดูแลอย่างเหมาะสม การติดเชื้อเรื้อรัง อาจนำไปสู่ ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับได้

ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่าน เลือดและสารคัดหลั่ง โดยช่องทางสำคัญ ได้แก่

ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะในระยะแรก จึงอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว หากมีอาการ อาจพบ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลือง หรือตาเหลือง ดังนั้น ผู้ที่มีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง ไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อ

ใครที่ควรตรวจคัดกรอง?

ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรอง ได้แก่ ผู้ที่มีคนในครอบครัวหรือคู่สมรสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงจากการใช้เข็มฉีดยา การได้รับเลือดหรือสารเลือดในอดีต การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน รวมถึงผู้ที่เคยสักหรือเจาะร่างกายในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ไวรัสตับอักเสบบีสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยเฉพาะการได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อและการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่อาจมีเชื้อ และไม่ใช้เข็มฉีดยาหรือของใช้ส่วนตัวที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกับผู้อื่น

หากตรวจพบการติดเชื้อ ควรเข้าสู่ระบบการรักษาและติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสเพื่อช่วยควบคุมโรคและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ อย่ารอให้มีอาการ หากมีความเสี่ยงควรตรวจคัดกรอง

 

แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข