กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 0 2193 7000

สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน

4973753edb18c85c2702e7f986418923

     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร จัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 ต้นแบบ ด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ (Smart Clean Room) ใช้เทคโนโลยี IoT ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อุณหภูมิ และความชื้น แบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนและสั่งการอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน และสามารถบันทึกข้อมูลย้อนหลังได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5
     นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.เผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งระบบทางเดินหายใจและโรคเรื้อรัง กรม สบส. โดยศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 (ศบส.1) ได้พัฒนาแนวทางการจัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 เพื่อให้หน่วยงานและประชาชน อาทิ สถานที่ทำงาน สถานพยาบาล โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็ก สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ซึ่งออกแบบให้มีระบบควบคุมคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Smart Clean Room) ใช้เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ ในการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อุณหภูมิ และความชื้น แบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนและสั่งการอัตโนมัติเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนลดการสัมผัสฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเรื้อรัง ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
     “การจัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนจากมลพิษทางอากาศในระยะยาว ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยี Smart Clean Room มาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพอากาศได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง อันนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน” นายแพทย์ภูวเดช อธิบดีกรม สบส.กล่าว
     ด้านนายนฤดล อ่วมสุข ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการจัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 ในเบื้องต้นประกอบด้วย 1.การจัดเตรียมห้อง ต้องปิดห้องให้มิดชิด ปิดช่องลม ประตู หน้าต่าง และรอยรั่วต่าง ๆ เพื่อควบคุมการไหลของอากาศ 2.เลือกเครื่องเติมอากาศ ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง โดยคำนวณจากปริมาตรห้อง เพื่อให้มีการเติมอากาศสะอาดเพียงพอ และ3.เลือกเครื่องฟอกอากาศ ที่มีค่าอัตราการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ (CADR) เหมาะสม (ประมาณ 3–10 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง) และติดตั้งในตำแหน่งที่ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนอากาศ โดยประโยชน์ของการเติมอากาศ ช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดฝุ่น กลิ่น และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมสร้างแรงดันบวกในห้อง ป้องกันฝุ่นจากภายนอก ประการสำคัญ ควรเลือกใช้ไส้กรองที่มีประสิทธิภาพ เช่น HEPA Filter
(High-Efficiency Particulate Air) ซึ่งเป็นแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูงที่ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาสถักทอจนแน่นหนา มีความสามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน และตรวจสอบอุปกรณ์วัดคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 5311 2220 *******5 พฤษภาคม 2569

 

Save
Cookies user preferences
We use cookies to ensure you to get the best experience on our website. If you decline the use of cookies, this website may not function as expected.
ตกลง
ปฏิเสธ
Read more
Functional
Tools used to give you more features when navigating on the website, this can include social sharing.
AddThis
ตกลง
ปฏิเสธ
Analytics
Tools used to analyze the data to measure the effectiveness of a website and to understand how it works.
Google Analytics
ตกลง
ปฏิเสธ