กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 0 2193 7000

สบส. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือเครือข่ายเฝ้าระวังสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพไทย

e

สบส. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือเครือข่ายเฝ้าระวังสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไทย
     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการเฝ้าระวัง และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพก้าวเข้าแข่งขันในตลาดสุขภาพระดับสากล ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
     วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) ณ อาคารกรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. มอบหมายให้นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. เป็นประธานเปิดการสัมมนาเครือข่ายเฝ้าระวังสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เขตกรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่กรม สบส. และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวนทั้งสิ้น 300 คน เข้าร่วม
     นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าวว่า กรม สบส. มีภารกิจในการกำกับ ส่งเสริม และพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จะมีการแบ่งเป็นประเภท กิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพ หรือเสริมความงาม และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งกิจการเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี จากกระแสความนิยมในการดูแลสุขภาพ ความงาม และการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ สร้างเครือข่าย เฝ้าระวัง และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพกรม สบส. จึงได้กำหนดจัดการสัมมนาฯ ในวันนี้ขึ้น โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ตำรวจสอบสวนกลางในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่สำนักอนามัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สังกัดสำนักงานเขต จำนวน 50 เขต ตลอดจนเจ้าหน้าที่กรม สบส. เข้าร่วม
     “บริการส่งเสริมสุขภาพประเภทนวดไทย และสปาไทย เป็นหนึ่งในบริการที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นแบรนด์หรือสัญลักษณ์ของประเทศ หากสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแล้ว ยังช่วยผลักดันให้บริการสุขภาพไทยก้าวเข้าแข่งขันในตลาดสุขภาพระดับสากล เกิดการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical and Wellness Hub) สอดรับกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและกระทรวงสาธารณสุข” นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าว
     ด้านนายแพทย์กรกฤช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับการอนุญาตทั่วประเทศ จำนวน 17,032 แห่ง ประเภทกิจการสปา จำนวน 985 แห่ง ประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพ จำนวน 14,732 แห่ง ประเภทกิจการนวดเพื่อเสริมความงาม จำนวน 229 แห่ง และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 1,086 แห่ง ด้วยจำนวนของสถานประกอบการสุขภาพที่มีจำนวนมาก จึงอาจทำให้หน่วยงานใดเพียงหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด การสัมมนาในวันนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงาน จนนำไปสู่การคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์ ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค หากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดมาตรฐานของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือการลักลอบเปิดสปา/ร้านนวด หรือสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่ กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7057

0

Save
Cookies user preferences
We use cookies to ensure you to get the best experience on our website. If you decline the use of cookies, this website may not function as expected.
ตกลง
ปฏิเสธ
Read more
Functional
Tools used to give you more features when navigating on the website, this can include social sharing.
AddThis
ตกลง
ปฏิเสธ
Analytics
Tools used to analyze the data to measure the effectiveness of a website and to understand how it works.
Google Analytics
ตกลง
ปฏิเสธ