
สบส. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือเครือข่ายเฝ้าระวังสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไทย
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการเฝ้าระวัง และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพก้าวเข้าแข่งขันในตลาดสุขภาพระดับสากล ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) ณ อาคารกรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. มอบหมายให้นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. เป็นประธานเปิดการสัมมนาเครือข่ายเฝ้าระวังสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เขตกรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่กรม สบส. และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวนทั้งสิ้น 300 คน เข้าร่วม
นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าวว่า กรม สบส. มีภารกิจในการกำกับ ส่งเสริม และพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จะมีการแบ่งเป็นประเภท กิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพ หรือเสริมความงาม และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งกิจการเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี จากกระแสความนิยมในการดูแลสุขภาพ ความงาม และการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ สร้างเครือข่าย เฝ้าระวัง และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพกรม สบส. จึงได้กำหนดจัดการสัมมนาฯ ในวันนี้ขึ้น โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ตำรวจสอบสวนกลางในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่สำนักอนามัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สังกัดสำนักงานเขต จำนวน 50 เขต ตลอดจนเจ้าหน้าที่กรม สบส. เข้าร่วม
“บริการส่งเสริมสุขภาพประเภทนวดไทย และสปาไทย เป็นหนึ่งในบริการที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นแบรนด์หรือสัญลักษณ์ของประเทศ หากสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแล้ว ยังช่วยผลักดันให้บริการสุขภาพไทยก้าวเข้าแข่งขันในตลาดสุขภาพระดับสากล เกิดการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical and Wellness Hub) สอดรับกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและกระทรวงสาธารณสุข” นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าว
ด้านนายแพทย์กรกฤช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับการอนุญาตทั่วประเทศ จำนวน 17,032 แห่ง ประเภทกิจการสปา จำนวน 985 แห่ง ประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพ จำนวน 14,732 แห่ง ประเภทกิจการนวดเพื่อเสริมความงาม จำนวน 229 แห่ง และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 1,086 แห่ง ด้วยจำนวนของสถานประกอบการสุขภาพที่มีจำนวนมาก จึงอาจทำให้หน่วยงานใดเพียงหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด การสัมมนาในวันนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงาน จนนำไปสู่การคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์ ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค หากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดมาตรฐานของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือการลักลอบเปิดสปา/ร้านนวด หรือสถานดูแลผู้สูงอายุเถื่อน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่ กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7057
