


กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมทันตแพทยสภา และกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) แถลงผลการจับกุมอดีตทันตแพทย์ ลักลอบให้บริการแก่ประชาชนในคลินิกทั้งที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต สั่งฟันผิด 3 ข้อหา ทั้งผู้ให้บริการ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล
วันนี้ (11 มีนาคม 2569) ณ ทันตแพทยสภา อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ตามที่ กรม สบส.ได้รับเบาะแสว่ามีการลักลอบให้บุคคลที่มิใช่ทันตแพทย์มาให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมาก นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. จึงสั่งการให้ พนักงานเจ้าหน้าที่กรม สบส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทันตแพทยสภา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ลงตรวจสอบคลินิกทันตกรรมที่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร โดยในช่วงเวลาที่เข้าตรวจสอบพบผู้ให้บริการหญิง อายุ 50 ปี อยู่ระหว่างให้บริการทำหัตการพิมพ์ปากสำหรับทำฟันปลอมให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการ ซึ่งจากการสอบถ้อยคำเพิ่มเติมพบว่าผู้ให้บริการรายดังกล่าว ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จึงไม่สามารถประกอบวิชาชีพทันตกรรมได้ พนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงแจ้งข้อหากับหญิงรายดังกล่าว ในข้อหาการกระทำผิดพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 ฐานประกอบวิชาชีพทันตกรรมในระหว่างถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวผู้กระทำผิดให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และในส่วนของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล กรม สบส.จะส่งเรื่องให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาการกระทำผิดพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐานปล่อยให้บุคคลซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรมในสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และข้อหาการกระทำผิดฐานไม่จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดตลอดเวลาทำการสถานพยาบาล อีกทั้งจะมีการออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
ทันตแพทย์อาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ปล่อยให้ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาให้บริการในสถานพยาบาล นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อจนลุกลามเป็นมะเร็งในช่องปากได้ กรม สบส. จึงขอเน้นย้ำกับผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่ง ให้ดูแล กำกับมาตรฐานของคลินิกทันตกรรมของตนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการควบคุมมาตรฐานของผู้ให้บริการ และความสะอาดของเครื่องมือแพทย์ หากกรม สบส. พบว่าคลินิกทันตกรรมแห่งใด มีการกระทำผิดมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 โดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด