- ข่าวประชาสัมพันธ์
- อ่าน: 1685
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปรับการให้บริการ เข้มข้นมาตรการป้องกันโควิด 19 สามารถใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ ได้ตามรายละเอียดในรูปภาพ



กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำคลินิกเข้มมาตรฐานจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 มีการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน จัดแบ่งโซนคัดกรองอย่างเหมาะสม ไม่ปะปนกับพื้นที่สาธารณะ ป้องกันการเกิดคลัสเตอร์โควิด 19 จากสถานพยาบาล
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกจึงเข้ามาให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit เพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งภาครัฐก็ขอขอบคุณสถานพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝ่าฟันวิกฤติการระบาดของโรคโควิด 19 โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชน และคลินิกต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มีการพบข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับคลินิกที่มีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิด 19 ในพื้นที่สาธารณะจนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่าจะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิด 19 จากจุดบริการของคลินิก
ดังนั้น เพื่อป้องกันกรม สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการ คุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด 19 มีการจัดตั้งจุด ให้ถูกต้อง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดตั้งจุดบริการคัดกรองในรูปแบบ One stop service ตั้งแต่การคัดกรอง จนสิ้นสุดการรักษา แยกจากจุดบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วไป ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆของคลินิก หรือพื้นที่สาธารณะ อย่างทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หากกรม สบส.ตรวจพบว่าคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า สำหรับบทกำหนดโทษของสถานพยาบาลเอกชนที่ตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ไม่เหมาะสม จนอาจจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคนั้น ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีความผิดในฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่พบว่าผู้ให้บริการมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ท่านใดพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ของคลินิกที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในเขตกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรม สบส. 1426 และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
******************* 18 สิงหาคม 2564

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สั่งสอบโรงพยาบาลเอกชน ย่านเทพารักษ์ หลังได้รับคลิปเสียงจากญาติผู้ป่วยโควิด 19 กล่าวอ้างว่าโรงพยาบาลมีการเรียกเก็บค่าจองเตียงผู้ป่วยโควิด 19 หลักแสน ทั้งที่ยังไม่มีการรักษาใดๆ

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ในประเทศ ซึ่งมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านๆมาผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อได้ง่ายและเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย อีกทั้งในบางรายก็มีโรคประจำตัว อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด การดูแลผู้สูงอายุจึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ออกประกาศแนวทางการดูแลรักษา ป้องกัน ควบคุม และส่งต่อผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับใหม่ ปลดล็อคสถานพยาบาลเอกชนให้ดำเนินการให้ผู้ป่วยโรคโควิด 19 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์สีเขียว กักตัวที่บ้าน หนุนสถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งร่วมเดินหน้าตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 อย่างเต็มกำลัง

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกที่เปิดให้บริการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรนา 2109 ทุกแห่ง เมื่อทราบผลตรวจแล้วอย่านิ่งเฉยให้เร่งส่งผลตรวจให้ผู้รับบริการ เพื่อจำกัดวงการระบาด และ บรรเทาปัญหาความล่าช้าการจัดหาสถานพยาบาลและเตียงรักษาจากการที่ไม่มีผลตรวจยืนยัน หากที่ใดเพิกเฉยปล่อยปละละเลยไม่ส่งผลตรวจถือว่ามีความผิดตามกฎหมายแจ้งได้ที่สายด่วน 1426


กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แจ้งโรงพยาบาลเอกชน ชี้แจง กรณี ให้พิธีกรดังกลับบ้านก่อนครบกำหนดการรักษาโรคโควิด 19 เบื้องต้นโรงพยาบาลแจ้งว่าเป็นการดำเนินการรักษาตามรูปแบบ Step-down care ที่ให้ผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นแล้วกลับรักษาตัวที่บ้าน เพื่อแบ่งเตียงให้ผู้ป่วยรายอื่นที่มีอาการหนัก

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมสนับสนุน ช่วยเหลือ งานด้านโครงสร้างอาคาร งานระบบไฟฟ้า การสื่อสาร ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบสุขาภิบาล และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
หน้าที่ 54 จาก 63